Powered By Blogger

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย



                   การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ  (Survey  Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติของประชาชนในตำบลท่าพี่เลี้ยงที่มีต่อภูมิปัญญาชาวนาไทยของจังหวัดสุพรรณบุรี
มีขั้นตอนการวิจัยดังต่อไปนี้
                   1.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
                   2.  เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล
                   3.  การจัดเก็บรวบรวมข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล        
                   4.  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์

1.  ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
                1.1  ประชากรในการศึกษาวิจัยครั้งนี้  ได้แก่ ประชาชนในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ตำบลท่าพี่เลี้ยง  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี  
                1.2   กลุ่มตัวอย่าง  ได้แก่ ประชาชนในบริเวณพิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ตำบลท่าพี่เลี้ยง  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี นักท่องเที่ยวในพื้นที่พิพิธภัณฑ์ชาวนาไทยจำนวน 30 คน

2.  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
                เพื่อให้ได้ข้อมูลที่หลากหลาย  ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยด้วยวิธีการดังนี้  
                                2.1  การวิจัยเอกสาร  (Documentary  Research)
การวิจัยเอกสาร  (documentary  research)   เพื่อศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎี และ เอกสาร  งานวิจัยต่าง ๆที่เกี่ยวข้อง  เช่น  ทฤษฎีเกี่ยวกับแรงจูงใจ  แนวทางการพัฒนาตน  เป็นต้น  เพื่อความเข้าใจเป็นพื้นฐานเบื้องต้น ในการนำมาสร้างเครื่องมือ
2.2  แบบสัมภาษณ์เชิงลึก  (In-dept interviews  
ทำการสัมภาษณ์เชิงลึก  (In-dept interviews) ผู้ที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี  โดยในช่วงเวลาของการสัมภาษณ์จะขออนุญาตบันทึกเสียง ประกอบการจดบันทึกการสัมภาษณ์   มีการถอดเทปบันทึกเสียงและจัดพิมพ์ข้อมูล  แล้วส่งให้ตรวจทาน  ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล  แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และสังเคราะห์เนื้อหา  (content  analysis and synthesis)  เพื่อเตรียมจัดสร้างเครื่องมือสำหรับเก็บข้อมูลต่อไป
                                           2.3    การวิจัยเชิงสำรวจ  (Survey   Research) 
                เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการวิจัยในขั้นตอนนี้  มี 2  ชนิด  ได้แก่
                     2.3.1  แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น    แบ่งออกเป็น  2 ตอน คือ
                                     ตอนที่ 1ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามเป็นแบบตรวจสอบรายการ  (Check list)
                                     ตอนที่ 2 สอบถามเกี่ยวกับการทัศนคติที่มีต่อชาวนาไทย  ซึ่งเป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale)  ประเภท 5 ระดับ ตามแบบของไลเคอร์ท (Likert)  จำนวน 10 ข้อ  
                   การพัฒนาคุณภาพของเครื่องมือโดยเสนอผู้ทรงคุณวุฒิหรือเชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือ จำนวน  5 ราย  ทำการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา  (content validity) แล้วนำผลการตรวจสอบมาวิเคราะห์ความสอดคล้อง  โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้อง  (Index  of  item  objective  congruence  =  IOC )  ตามความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อพิจารณาคัดเลือกเฉพาะข้อคำถามที่มีค่า  IOC  = 0.50  ขึ้นไป ที่แสดงว่า ข้อคำถามนั้นสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายหรือเนื้อหาที่ต้องการ  (สุวิมล  ติรกานันท์,  2548) โดยผู้วิจัยกำหนดระดับความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้
                                                + 1     เมื่อแน่ใจว่า  ข้อคำถามนั้น  ถูกต้องเหมาะสม  ใช้การได้
                                            0      เมื่อไม่แน่ใจว่า  ข้อคำถามนั้นถูกต้องเหมาะสม ใช้การได้
                                           - 1      เมื่อแน่ใจว่า  ข้อคำถามนั้นผิดพลาด  ไม่เหมาะสม ใช้การไม่ได้
                   นำคะแนนที่ได้ มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับจุดมุ่งหมาย เนื้อหาที่ต้องการวัดโดยการแทนค่าในสูตร ดังนี้
                                              IOC =    

                   เมื่อ     IOC        แทน     ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับสิ่งที่ต้องการวัด
                                    แทน     ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ
                            N            แทน     จำนวนผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญ
                 ข้อคำถามที่มีค่า IOC  =  0.50  ขึ้นไป  ผู้วิจัยจึงจะเลือกข้อคำถามนั้น ๆ ไว้
 การทดลองใช้ (try-out) เครื่องมือนำข้อคำถามที่คัดเลือกได้ไปจัดทำเป็นแบบสอบถามฉบับสมบูรณ์  แล้วนำไปทดลองใช้กับผู้ที่มิใช่กลุ่มตัวอย่างที่จะใช้ในการวิจัย  จำนวน  20  ราย  ข้อมูลที่ได้จากการทดลองใช้เครื่องมือได้นำมาวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่น (Reliability)  โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา  (- Coefficient) ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach,  1970  อ้างถึงใน  บุญชม  ศรีสะอาด,  2545)  ซึ่งหากค่าความเชื่อมั่นสูงกว่า 0.60   ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือที่มีคุณภาพสามารถนำไปใช้ได้
                                                                2.3.2  แบบสัมภาษณ์  เป็นแบบสัมภาษณ์ผู้ที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ตำบลท่าพี่เลี้ยง  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี   ซึ่งเป็นแบบสัมภาษณ์ชนิดชนิดไม่มีโครงสร้าง  เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาอาจารย์ของมหาวิทยาลัย 
                                           2.3. การสนทนากลุ่มเป้าหมาย (focus group discussion) 
                   การสนทนากลุ่มเป้าหมาย ผู้วิจัยดำเนินการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ 
                                                                2.3.1   พิจารณาสัมภาษณ์ผู้ที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ตำบลท่าพี่เลี้ยง  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี   1 3 ราย  เพื่อขอรับทราบถึงประวัติความเป็นมาของชาวนาและทัศนคติที่มีต่อชาวนาไทย
                                                                2.3.2  ใช้ ผลสรุปการวิจัยจากการวิจัยเชิงสำรวจและการสนทนากลุ่มเป้าหมาย มาพิจารณาวิเคราะห์และเขียนรายงานผลการวิจัย  
                   เนื่องจากการดำเนินการวิจัยในขั้นตอนนี้เป็นการได้รับข้อมูลจากผู้ที่ทำงานในสถานที่เดียวกันเป็นส่วนใหญ่   จึงจำเป็นต้องปกปิดหรือเปลี่ยนแปลงชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องบางท่านที่เจ้าตัวไม่ประสงค์จะเปิดเผย  เพื่อเป็นการรักษาความลับของผู้ให้ข้อมูล  ตามหลักจรรยาบรรณของการวิจัยตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติกำหนดไว้  (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ, 2541; เบญจา  ยอดดำเนิน- แอ็ตติกจ์  และคณะ,2548 )  พร้อมกับขออนุญาตบันทึกเสียงการสัมภาษณ์ไว้เพื่อการเรียบเรียงข้อมูล

3.  การเก็บรวบรวมและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
                1.  การเก็บรวบรวมข้อมูล 
                            ผู้วิจัยทำการสัมภาษณ์ผู้ที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ตำบลท่าพี่เลี้ยง  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี  เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชาวนาไทย ในจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมทั้งขออนุญาตผู้ที่ทำงานในพิพิธภัณฑ์ชาวนาไทย ตำบลท่าพี่เลี้ยง  อำเภอเมือง  จังหวัดสุพรรณบุรี  ในการดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล   ผู้วิจัยและผู้ช่วยวิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง โดยขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวทุกท่านในการตอบแบบสอบถาม  และทำการติดต่อขอสนทนากลุ่ม (focus group)  กับ  เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณานำมาเรียบเรียงข้อมูลในการวิจัย
                  

                2.  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล
                           นำแบบสอบถามที่ได้รับคืนจำนวน 20  ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 100  เนื่องจากผู้วิจัยได้ขอร้องและตรวจสอบในขณะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง  จึงทำให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์เมื่อเก็บรวบรวมมาและนำมาตรวจสอบความสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง  แล้วจึงนำไปวิเคราะห์ดังขั้นตอนต่อไปนี้
                                   2.1  การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ   ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการประมวลผลข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์  เพื่อหาค่าร้อยละ (percentage)  ค่าเฉลี่ย  (mean)   ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (standard  deviation)  แล้วแปลความหมายของค่าเฉลี่ยโดยเทียบกับเกณฑ์ดังนี้ (Best ,  1978 อ้างถึงใน  บุญชม   ศรีสะอาด,  2545)
                                                   4.51 – 5.00   หมายถึง   เห็นด้วยมากที่สุด
                                                   3.51 4.50   หมายถึง   เห็นด้วยมาก
                                                   2.51 3.50   หมายถึง   เห็นด้วยปานกลาง
                                                   1.51 -  2.50   หมายถึง   เห็นด้วยน้อยน้อย
                                                   1.00 1.50   หมายถึง   เห็นด้วยน้อยที่สุด             
                                   2.2  การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ  ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากแบบสอบถามปลายเปิดใน ตอนที่ 3  โดยการวิเคราะห์เนื้อหา  (Content  analysis) แล้วสรุปผลเป็นความเรียง

4.  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
                   1.  ค่าสถิติพื้นฐาน
                           1.1   ค่าร้อยละ
                           1.2   ค่าคะแนนเฉลี่ย  ใช้สูตร(Ferguson,  1971)
                            = 
                เมื่อ                 แทน       คะแนนเฉลี่ย                                                                      
                                      แทน       ผลรวมของคะแนน
                                  N           แทน      จำนวนคนในกลุ่มตัวอย่าง
        1.3  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน   ใช้สูตร     ( Ferguson, 1971)

                                S.D.  =            
                เมื่อ        S.D.        แทน      ความเบี่ยงเบนของคะแนน
                                   แทน      ผลรวมของคะแนน
                                      แทน      ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกำลังสอง
                             N           แทน      จำนวนคนในกลุ่มตัวอย่าง
2.  สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือ

                                   2.1  ค่าความสอดคล้องตามวัตถุประสงค์  (Index  of  Item  Objective Congruence)  ใช้สูตร
(ทองสุข  วันแสน.2547  อ้างถึงใน  วรวิทย์   ทรัพย์ศิริ. 2548)

                               
เมื่อ               แทน        ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามของ
                                             แบบสอบถามกับจุดประสงค์และเนื้อหา
                       แทน      ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ
                                              ทั้งหมด
                         แทน        จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น